สรุปเนื้อหางาน IDC FinTech Innovation Summit #1

//สรุปเนื้อหางาน IDC FinTech Innovation Summit #1

สรุปเนื้อหางาน IDC FinTech Innovation Summit #1

By | 2018-11-13T18:31:17+00:00 November 9th, 2018|

Part 1: Regulator Perspective

“ในวันนี้ สิ่งที่เราต้องการคือการทำความเข้าใจว่าเราจะทำงานร่วมกับ FinTech ได้อย่างไร มากกว่าการที่จะมากลัวว่า FinTech จะมาแข่งขันกับเรา” – Michael Araneta, Associate Vice President, Head of Research & Consulting, IDC Financial Insights APAC กล่าวในการเปิดตัวของเวที IDC FinTech Innovation Summit 2018 ณ โรงแรม Waldorf Astoria Bangkok เมื่อวันที่ 19 ตุลาคม 2561 ที่ผ่านมา เวทีนี้ได้รวบรวมผู้ที่มีบทบาทสำคัญในวงการการเงินและการธนาคารของประเทศไทยและภูมิภาคเอเชีย เพื่อที่จะมาแลกเปลี่ยนประสบการณ์ถึงการวางแผนความร่วมมือและการวางกลยุทธ์เพื่อรับมือกับการพัฒนาทางด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมด้านการเงินในอนาคต

คุณ Araneta ได้เริ่มเปิดประเด็นถึงหัวข้อหลักของการเสวนาในงาน IDC FinTech Innovation Summit 2018 เริ่มจากคุณบัญชา มนูญกุลชัย ผู้อำนวยการ ฝ่ายนโยบายระบบการชำระเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย ที่จะมาพูดถึงเรื่องการแข่งขันกันระหว่างผู้ควบคุมกฎเกณฑ์และนโยบายทางการเงินของแต่ละประเทศในภูมิภาคในการส่งเสริมการสร้างนวัตกรรมทางการเงิน นอกจากนั้น ภายในงาน ยังจะมีการพูดถึงมุมมองของตลาดทางด้านการเงินในอนาคต การวางกลยุทธ์ และผลการศึกษาของ IDC ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก การพูดถึงความสำเร็จและความล้มเหลวของ FinTech การค้นหาโอกาสในการสร้างนวัตกรรม และหลักการของนโยบาย Open Banking และ Open Service

ธุรกิจในรูปแบบเปิดกว้าง: ความพร้อมของประเทศไทยกับความร่วมมือ

แขกรับเชิญท่านแรกในงาน IDC FinTech Innovation Summit 2018 ได้แก่ คุณบัญชา มนูญกุลชัย ผู้อำนวยการ ฝ่ายนโยบายระบบการชำระเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ได้ทำการเปิดเวทีด้วยการพูดถึงบทบาทของธนาคารแห่งประเทศไทยในการพัฒนานโยบายส่งเสริม FinTech ซึ่งคุณบัญชาได้เผยถึง 3 แรงขับเคลื่อนหลักในการพัฒนานวัตกรรมทางการเงินดังนี้:

โดยมี 6 เทคโนโลยีที่มีบทบาทในการขับเคลื่อนและสร้างความเปลี่ยนแปลงในการพัฒนานวัตกรรมทางการเงินดังนี้:

1. QR Payment – ระบบการชำระเงินด้วย QR Code
ระบบการชำระเงินด้วย QR Code เป็นรูปแบบการชำระเงินผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์รูปแบบหนึ่งที่กำลังเปลี่ยนแปลงอุปนิสัยในการใช้จ่ายของผู้คนเป็นอย่างมากในขณะนี้ ซึ่งผลของการเปลี่ยนแปลงในครั้งนี้เห็นได้ชัดในกลุ่มพ่อค้าขนาดกลางและขนาดเล็ก ปัจจุบันพบว่าระบบการชำระเงินด้วย QR Code เริ่มมีการขยายการใช้งานในวงกว้างในกลุ่มผู้ค้าขายในระดับท้องถิ่น

2. Blockchain – เทคโนโลยี Blockchain
ถึงแม้ว่าเทคโนโลยี Blockchain จะยังนับว่าใหม่อยู่ในขณะนี้ แต่ในขณะเดียวกันเราก็เห็นได้ว่าเทคโนโลยี Blockchain นั้นมีพัฒนาการที่รวดเร็วมาก และยังคงเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันได้มีการนำเทคโนโลยี Blockchain ไปประยุกต์ใช้ในรูปแบบที่หลากหลาย โดยเฉพาะในเรื่องของการค้าขายระหว่างเขตแดน โดยใน Sandbox ของธนาคารแห่งประเทศไทยเองก็มีกลุ่มธุรกิจ Blockchain อยู่หลายบริษัทที่กำลังทำการทดสอบการให้บริการในวงจำกัดเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการนำมาใช้งานจริงในสภาพแวดล้อมปกติ

3. Biometrics – การใช้ข้อมูลทางชีวภาพ
Biometrics หรือการใช้ข้อมูลทางชีวภาพได้เข้ามามีบทบาทเป็นอย่างมากในระบบการยืนยันตัวตนในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ หรือ e-KYC โดยเฉพาะในการพัฒนาโครงการสร้างระบบข้อมูลประจำตัวประชาชนดิจิทัล (Digital ID Project) ของประเทศไทย

4. Big Data/Data Analytics – การประมวลข้อมูล Big Data
ข้อมูลดิจิทัลกำลังเข้ามามีบทบาทมากยิ่งขึ้นกับชีวิตของผู้คนในปัจจุบัน ซึ่งเมื่อมีข้อมูลมากขึ้น สถาบันการเงินหลายแห่งเริ่มเห็นความสำคัญของการทำความเข้าใจข้อมูลการใช้งานของผู้ใช้เพื่อที่จะสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่สามารถตอบโจทย์ความต้องการรายบุคคลของลูกค้าได้มากยิ่งขึ้น

5. Machine Learning/AI – สมองกลและปัญญาประดิษฐ์
ด้วยจำนวนข้อมูลดิจิทัลที่มีเพิ่มมากขึ้นอย่างมหาศาล คำถามต่อไปก็คือ เราจะใช้ประโยชน์จากข้อมูลเหล่านั้นได้อย่างไร? ซึ่งคำตอบก็คือ การใช้ประโยชน์จากสมองกลและปัญญาประดิษฐ์ (Machine Learning หรือ AI) บริษัท FinTech หลายบริษัทเริ่มมีการนำ AI มาประยุกต์ใช้ในธุรกิจ ซึ่งเห็นได้ชัดว่าเทคโนโลยีชนิดนี้จะเริ่มมีบทบาทมากยิ่งขึ้นในอนาคต

6. Standard/Open APIs
ในขณะที่ยุโรปกำลังส่งเสริมการสร้างระบบเชื่อมต่อระหว่างโปรแกรมรูปแบบเปิด หรือ Open Application Programming Interface (API) แต่ในกรณีของประเทศที่กำลังพัฒนาอย่างประเทศไทย โดยธนาคารแห่งประเทศไทยได้มีนโยบายในการสนับสนุนการสร้างระบบเชื่อมต่อระหว่างโปรแกรมแบบมาตรฐาน หรือ Standard API เพื่อง่ายต่อการนำมาใช้งานและมีประสิทธิภาพสูงสุด

การจัดตั้งสภาพแวดล้อมเพื่อทดสอบ FinTech ในระบบ Sandbox
คุณบัญชาได้กล่าวถึงบทบาทของธนาคารแห่งประเทศไทยในการควบคุมความเสี่ยงและการจัดการความมั่นคงทางการเงิน ในขณะเดียวกันธนาคารแห่งประเทศไทยยังต้องทำการส่งเสริมนวัตกรรมทางการเงินอีกด้วย ด้วยพัฒนาการอย่างก้าวกระโดดทางเทคโนโลยี ทำให้ผู้คนสามารถเข้าถึงเทคโนโลยีใหม่ ๆ ได้ง่ายและรวดเร็วขึ้น คำถามหลักของธนาคารฯ คือ จะทำอย่างไรให้ผู้คนเหล่านี้สามารถใช้บริการทางการเงินในรูปแบบใหม่เหล่านี้ได้อย่างปลอดภัย ดังนั้นคุณบัญชาจึงได้กล่าวถึงเป้าหมายของการสร้าง Ecosystem ที่ยั่งยืนเพื่อรองรับ FinTech โดยมีอยู่ 3 หัวข้อหลักดังนี้:

และสิ่งสำคัญในการที่จะสามารถบรรลุเป้าหมายทั้ง 4 ข้อได้คือ 1. กฎเกณฑ์ที่รองรับ 2. โครงสร้างพื้นฐานที่เปิดกว้างและเชื่องโยง สอดประสานกัน 3. ระบบ Ecosystem ที่รองรับ FinTech 4. การส่งเสริมความรู้และความเข้าใจในเรื่องของการให้บริการทางการเงิน

ธนาคารแห่งประเทศไทยกับบทบาทของการสร้างความร่วมมือ
เพื่อเป็นการส่งเสริมนวัตกรรมทางการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทยจึงได้มีความพยายามที่จะสร้างความร่วมมือระหว่างผู้ที่มีบทบาทในวงการ FinTech เพื่อที่จะผลักดันผลิตภัณฑ์และบริการทางการเงินที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรมเข้าสู่ตลาดได้มากยิ่งขึ้น

1. พร้อมเพย์ (PromptPay)
ก่อนหน้านี้ ธนาคารแห่งประเทศไทยได้ทำการผลักดันการบริการโอนเงินในรูปแบบของพร้อมเพย์ (PromptPay) โดยมีผู้ใช้บริการมากถึง 44 ล้านคน และเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องเป็นจำนวนมาก และเมื่อมีผู้ใช้บริการมากขึ้นเรื่อย ๆ การให้บริการพร้อมเพย์มีการใช้งานในรูปแบบที่หลากหลายมากยิ่งขึ้น รวมถึงการผลักดันการให้บริการการโอนเงินข้ามเขตแดน (Cross-Border Payment)

2. QR Code มาตรฐาน
หากลองสังเกตดู จะพบว่าในหลายประเทศเริ่มมีการใช้งานระบบการชำระเงินผ่าน QR Code มากขึ้น อย่างไรก็ตามคุณบัญชาได้กล่าวถึงข้อจำกัดของ QR Code เนื่องจากแต่ละบริษัทมักจะใช้ QR Code ที่แตกต่างกัน ทำให้การโอนเงินระหว่างกันไม่มีมาตรฐานและทำให้เติบโตได้ยาก ดังนั้นธนาคารแห่งประเทศไทยจึงเห็นสมควรที่จะผลักดันการสร้าง QR Code แบบมาตรฐานที่จะสามารถใช้ได้อย่างสากลในการโอนเงินระหว่างองค์กร ซึ่งนโยบายนี้จะทำให้สถาบันด้านการเงินและการธนาคารสามารถให้บริการการโอนเงินได้อย่างทั่วถึง และยังเป็นประโยชน์ต่อการค้าระหว่างเขตแดนอีกด้วย นอกจากนี้ ระบบชำระเงินผ่าน QR Code ยังสามารถทำให้เกิดความสะดวกสบายในการโอนเงินในจำนวนน้อยในระดับ 5 บาท 10 บาท ได้ง่ายยิ่งขึ้น ด้วยเหตุนี้ทำให้มีพ่อค้าแม่ค้าในประเทศไทยหันมาใช้บริการการชำระเงินผ่าน QR Code สูงถึง 2 ล้านรายภายในระยะเวลาอันสั้น ไม่ว่าจะเป็นพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ หรือ ออฟไลน์ ซึ่งการให้บริการการชำระเงินผ่าน QR Code ยังขยายวงไปถึงการชำระเงินในภาครัฐ การชำระเงินภายในโรงเรียน หรือแม้กระทั่งผู้ให้บริการรถสาธารณะ

3. การบริจาคเงินในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ (E-Donation)
คุณบัญชายังกล่าวถึงความสะดวกสบายในการรับเงินบริจาคผ่านระบบการชำระเงินผ่าน QR Code ส่งผลให้การระดมทุนเผื่อการกุศลสามารถเข้าถึงได้ง่ายยิ่งขึ้น

4. Digital ID & e-KYC
หนึ่งในวัตถุประสงค์ของโครงการ Digital ID แห่งชาติคือการสร้างกลไกในการเชื่อมโยงแหล่งข้อมูลที่เชื่อถือได้เข้าด้วยกัน เพื่อเปิดทางให้เกิดช่องทางในการยืนยันตัวตนผ่านระบบออนไลน์ได้อย่างปลอดภัย และนี่คือบทบาทสำคัญของระบบ Digital ID และระบบการยืนยันตัวตนผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ (e-KYC) ในการร่วมกันสร้าง Ecosystem และพัฒนาบริการ Digital Banking เพื่อเพิ่มความสามารถในการแข่งขัน

5. การส่งเสริมเครือข่ายชุมชน Blockchain
ถึงแม้ว่าเทคโนโลยี Blockchain จะยังอยู่ในยุคเริ่มต้น แต่ก็นับเป็นเทคโนโลยีที่มีศักยภาพสูงและคาดว่าจะมีบทบาทสำคัญในการสร้างคุณค่าให้แก่การให้บริการทางการเงิน อย่างไรก็ตาม การพัฒนาของ Blockchain มีอุปสรรคตรงที่ส่วนใหญ่แล้ว ระบบ Blockchain แต่ละระบบจะทำการสื่อสารระหว่างกันไม่ได้ ปัจจุบันธนาคารแห่งประเทศไทยกำลังมองหารูปแบบการใช้งานของ Blockchain ที่จะสามารถเข้าถึงผู้คนได้ง่ายยิ่งขึ้น การส่งเสริมเครือข่ายชุมชน Blockchain ในประเทศไทย ตั้งขึ้นเพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิภาพทางธุรกิจและความสามารถในการแข่งขัน ด้วยเทคโนโลยี Blockchain โดยโปรเจคเริ่มต้น ดังเช่น โครงการ Letter of Guarantee (L/G)
คุณบัญชาได้พูดถึงความสำคัญของการให้ความร่วมมือระหว่างผู้เล่นหลักในอุตสาหกรรมการเงินและการธนาคารในการผลักดันเทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ ๆ เข้าสู่ตลาด ซึ่งนวัตกรรมจะเกิดขึ้นได้ยากหากไม่เกิดความร่วมมืออย่างสมบูรณ์ระหว่างกัน

ก้าวต่อไปของธนาคารแห่งประเทศไทย
ธนาคารแห่งประเทศไทยด้วยบทบาทของการผลักดันนวัตกรรมทางการเงินคือการเปิดโอกาสในการพัฒนา และการพัฒนาสาธารณูปโภคเพื่อรองรับการพัฒนาดังกล่าวผ่านกลไก 5 กลไกดังต่อไปนี้:

1. การคุมเข้มในเรื่องของกฎเกณฑ์ – เพื่อรักษาความมั่นคงและความเชื่อมั่นของส่วนรวม

2. การส่งเสริมEcosystem – โดยการนำเทคโนโลยีใหม่ ๆ มาประยุกต์ใช้ และการส่งเสริม Digital ID, e-KYC, การใช้ข้อมูลทางชีวภาพ และการส่งเสริมการใช้ระบบ Blockchain

3. การเพิ่มการใช้งานหรือการเข้าถึงเทคโนโลยีใหม่ ๆ – เพื่อให้เกิดการพัฒนาอย่างยั่งยืน

4. การส่งเสริมผลิตภัณฑ์และบริการด้านการชำระเงินผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ – เพื่อพัฒนารูปแบบการชำระเงินในภาคธุรกิจ

5. การพัฒนาระบบการชำระเงินระหว่างเขตแดน – เพื่อส่งเสริมการค้าขายระหว่างเขตแดนด้วยระบบ QR Code และระบบการโอนเงินแบบพร้อมเพย์

ธุรกิจประกันภัยในประเทศไทยกับการขับเคลื่อนนวัตกรรม


แขกรับเชิญท่านที่สองคือ ดร.อายุศรี คำบันลือ ผู้อำนวยการฝ่ายกฎหมายด้านความมั่นคงทางการเงิน สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) ผู้ที่มาบรรยายถึงนโยบายการส่งเสริมนวัตกรรมและเทคโนโลยีในภาคธุรกิจประกันภัย โดย ดร.อายุศรี ได้เปิดประเด็นถึง 4 ประเด็นหลักที่ CEO ส่วนใหญ่ในภาคธุรกิจประกันภัยเริ่มมีความกังวลคือ:

โดย ดร.อายุศรี ได้กล่าวถึงเทรนด์ใหม่ ๆ ในการพัฒนาเทคโนโลยี InsurTech อาทิเช่น เทรนด์การให้บริการประกันภัยในรูปแบบ Peer-to-Peer การพัฒนา User-Experience Design (UX Design) เพื่อตอบโจทย์การพฤติกรรมของลูกค้าที่เริ่มมีการเปลี่ยนแปลง การพิจารณาการรับประกันภัย Blockchain Smart Contract การทำ DNA Testing การใช้ระบบการจดจำใบหน้า (Facial Recognition) และรูปแบบการเอาเงินประกัน เป็นต้น นอกจากนี้ ดร.อายุศรี ยังได้ยกตัวอย่างผู้เล่นที่โดดเด่นในวงการ Insurance Technology (InsurTech) ของภูมิภาคเอเชียดังนี้:

1. Cuvva – ประกันภัยในรูปแบบ on-demand ที่ทำให้ผู้เอาประกันสามารถเปิดและปิดการคุ้มครองได้ตามความต้องการ

2. Brolly – การบริหารจัดการบัญชีประกันภัยทุกบัญชีของคุณโดยการเก็บและจัดการข้อมูลบัญชีประกันภัยของคุณ และใช้ระบบ AI เพื่อทำการวิเคราะห์และประเมินว่าคุณได้รับความคุ้มครองมากหรือน้อยเกินไปหรือไม่

3. Spixii – ประกันภัยในรูปแบบ chatbot เพื่อตอบทุกคำถามของคุณอย่างทันท่วงที

4. Frank – การให้ข้อมูลด้านประกันภัยรวทถึงการคำนวณเบี้ยประกันผ่าน chatbot
ธุรกิจประกันภัยในยุคดิจิทัล

ดร.อายุศรี ได้กล่าวถึง 6 ประเด็นสำคัญที่บริษัทประกันภัยในยุคดิจิทัลจะต้องคำนึงถึง:

1. รถยนต์ขับเคลื่อนอัตโนมัติ
รถยนต์ขับเคลื่อนอัตโนมัติได้กลายเป็นหัวข้อใหญ่ในวงการประกันภัยและวงการอุตสาหกรรมยานยนต์ในระยะเวลาที่ผ่านมา และถึงแม้ว่ารถยนต์ขับเคลื่อนอัตโนมัติจะยังไม่ได้มีการใช้งานในประเทศไทย แต่ก็นับว่าเป็นเทคโนโลยีที่คาดว่าจะต้องเข้ามาในอนาคต ดังนั้น คปภ. จึงจำเป็นที่จะต้องเตรียมความพร้อมเพื่อรับมือกับการเข้ามาของเทคโนโลยีดังกล่าวเพื่อป้องกันความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นในอนาคต ซึ่งประเด็นหลักยังคงเป็นเรื่องของการระบุตัวตนของผู้รับผิดในกรณีที่เกิดอุบัติเหตุ ซึ่งหากเป็นยานพาหนะที่ไม่มีคนขับ การระบุตัวตนของผู้รับผิดอาจทำได้ยาก แต่เนื่องจากกรณีแบบนี้ยังไม่เคยเกิดขึ้นในประเทศไทย ในการเตรียมนโยบายเพื่อตั้งรับสถานการณ์ดังกล่าว คปภ. จึงจำเป็นต้องอ้างอิงข้อมูลจากประเทศที่มีการใช้งานจริง อาทิเช่นสหรัฐอเมริกา ซึ่งได้มีการระบุระดับของการขับเคลื่อนรถยนต์อัตโนมัติไว้ 5 ระดับ โดยได้มีการกำหนดการระบุตัวตนผู้กระทำความผิดไว้แตกต่างกันในแต่ละระดับของการขับเคลื่อนอัตโนมัติ

เครดิตภาพ: National Highway Traffic Safety Administration

2. ผลกระทบต่อคนกลาง
ประเด็นหลักของเรื่องผลกระทบต่อคนกลางเช่นโบรกเกอร์ประกันภัย หรือพนักงานขายประกัน คงจะหนีไม่พ้นเรื่องของปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI ที่จะเข้ามาแทนที่มนุษย์ ด้วยการพัฒนาอย่างก้าวกระโดดของเทคโนโลยี เราไม่อาจปฏิเสธได้ว่าเทคโนโลยี AI ได้เข้ามามีบทบาทสำคัญในการพัฒนาการให้บริการในวงการธุรกิจประกันภัย โดยมาช่วยในเรื่องของการสร้างปฏิสัมพันธ์ที่รวดเร็วขึ้นระหว่างบริษัทและลูกค้า ดังนั้นการพัฒนาของเทคโนโลยีจึงส่งผลให้เกิดการพัฒนาสินค้าและบริการใหม่ ๆ เพิ่มมากขึ้น รวมถึงการสร้างโอกาสในการขายระหว่างผลิตภัณฑ์ได้มากยิ่งขึ้น และด้วยการนำข้อมูลดิจิทัลมาวิเคราะห์และประยุกต์ใช้ เทคโนโลยีเหล่านี้จะสามารถช่วยให้งานของคนกลางอย่างโบรกเกอร์หรือพนักงานขายที่รู้จักปรับตัวให้เข้ากับเทคโนโลยีมีประสิทธิภาพมายิ่งขึ้น

3. ธนาคารและธุรกิจประกันภัย
ปัจจุบันเราเริ่มเห็นธนาคารหลายธนาการเริ่มผันตัวมาขายผลิตภัณฑ์ด้านประกันภัยมากยิ่งขึ้น แต่ในความเป็นจริงแล้ว หลายธนาคารไม่ได้มีความต้องการที่จะผันตัวมาเป็นโบรกเกอร์ประกันภัยโดยบริหารจัดการเสียเอง ธนาคารเพียงเห็นโอกาสในการเปิดตลาดเพื่อเพิ่มผลิตภัณฑ์ให้หลากหลายมากขึ้นเท่านั้น

4. การเปลี่ยนแปลงทางด้านพฤติกรรมของผู้บริโภค
ในปัจจุบัน นอกจากพัฒนาการทางด้านเทคโนโลยีแล้ว ตัวแปรสำคัญอีกตัวแปรหนึ่งคือการเปลี่ยนแปลงของพฤติกรรมของผู้บริโภค ด้วยการเข้าถึงอินเตอร์เน็ตที่ง่ายยิ่งขึ้น ส่งผลให้เกิดการส่งต่อข้อมูลอย่างรวดเร็วยิ่งขึ้น ซึ่งทำให้เกิดการปฏิสัมพันธ์กันได้รวดเร็วและง่ายยิ่งขึ้น เพราะเหตุนี้ ผู้บริโภคจึงแสวงหาการให้บริการที่มีความเฉพาะตัวมากยิ่งขึ้น

5. ความเสี่ยงด้านภัยคุกคามทางไซเบอร์
เพราะผลิตภัณฑ์ประกันภัยในปัจจุบันมักมีความเชื่อมโยงไปถึงข้อมูลส่วนตัวของผู้บริโภค ดังนั้นการป้องกันภัยจากการคุกคามทางไซเบอร์จึงนับว่ามีความสำคัญต่อธุรกิจประกันภัยในปัจจุบันเป็นอย่างมาก

6. แนวทางของ คปภ.
เพื่อตั้งรับกับประเด็นต่าง ๆ ที่ได้กล่าวมาข้างต้น คปภ. ได้มีความพยายามเป็นอย่างมากในการจัดการควบคุมระบบต่าง ๆ ของธุรกิจประกันภัย เพื่อให้เกิดความเชื่อมั่นในความปลอดภัยของผู้บริโภค ซึ่งหนึ่งในนั้นคือการจัดตั้งฐานข้อมูลการให้บริการของบริษัทประกันภัยเพื่อป้องกันความเสี่ยงด้านการฉ้อโกง โดย คปภ. ได้มีนโยบายให้บริษัทประกันภัยกรอกข้อมูลที่จำเป็นเข้าสู่ระบบ เพื่อแลกกับการลดต้นทุนในการเสียค่าธรรมเนียมให้กับ คปภ.

นอกจากนี้ คปภ. ยังได้ออกกฎให้มีการว่าจ้างผู้ตรวจสอบระบบ IT ของบริษัท เพื่อเสริมสร้างความมั่นใจทางด้านความปลอดภัยของข้อมูล และเช่นเดียวกับธนาคารแห่งประเทศไทย คปภ. ก็ได้จัดตั้งระบบทดลองในสภาวะที่ถูกควบคุม หรือ Sandbox เพื่อให้บริษัท InsurTech ต่าง ๆ ได้ทำการทดลองเพื่อควบคุมความเสี่ยงก่อนออกสู่ตลาดจริง โดยการเปิดพื้นที่ทดลอง หรือ Sandbox นี้ ยังเปิดโอกาสให้ คปภ. ได้ทำการทบทวนกฎเกณฑ์ต่าง ๆ ร่วมกับบริษัท InsurTech ในโครงการ เพื่อเปิดโอกาสให้เกิดการพัฒนาทางด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมได้มากยิ่งขึ้น
นอกจากนี้ยังได้มีการจัดตั้งศูนย์ CIT (Center of InsurTech Thailand) เพื่อสร้างแพลตฟอร์มในการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ระหว่างผู้มีส่วนได้ส่วนเสียหลักในวงการธุรกิจ InsurTech รวมถึงเพื่อสร้างพื้นที่ที่จะทำให้เกิดความร่วมมือกันระหว่างบริษัทประกันภัยและบริษัทด้านเทคโนโลยีต่าง ๆ เพื่อส่งเสริมให้เกิดนวัตกรรมทางด้านประกันภัยต่อไปในอนาคต

โดยในช่วงท้ายของการบรรยาย ดร.อายุศรี ก็ได้เน้นย้ำถึงเป้าหมายของ คปภ. ในการร่างกฎเกณฑ์ที่มีความชัดเจนและเข้าใจง่าย เพื่อความสะดวกในการส่งเสริมการพัฒนานวัตกรรมทางด้านประกันภัยหรือ InsurTech ต่อไป โดยจะต้องคำนึงถึงการบริหารความเสี่ยงและการคุ้มครองสิทธิของผู้บริโภคเพื่อประโยชน์สูงสุดของส่วนรวม

ขอบคุณแหล่งข้อมูล: IDC FinTech Innovation Summit 2018

About the Author:

Corporate Communications
OPEN-TEC website uses cookies to give you the very best experience. Cookies also help us understand how our website is being used. If you continue without changing these settings on your browser, you consent to our Cookie Privacy Policy.