สรุปไฮไลท์งาน Dev Talk 2020 #Part 1

//สรุปไฮไลท์งาน Dev Talk 2020 #Part 1

สรุปไฮไลท์งาน Dev Talk 2020 #Part 1

By | 2020-04-03T17:23:18+00:00 March 23rd, 2020|

จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด -19 อาจทำให้บางท่านพลาดโอกาสเข้าร่วมงาน Dev Talk 2020 “ As the technology catcher you” ที่จัดขึ้นไปเมื่อช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา โดยคุณ “อ๊อด” อภิชัย เรืองศิริปิยะกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ธิงค เทคโนโลยี จำกัด (Think Technology co., Ltd.) ร่วมกับพันธมิตรในวงการนักพัฒนาซอฟต์แวร์

OPEN-TEC จึงขอทำหน้าที่สรุปไฮไลท์เด่นบนเวที Dev Talk ซึ่งอัดแน่นไปด้วยองค์ความรู้และแรงบันดาลใจจาก 7 นักพัฒนาซอฟต์แวร์และผู้บริหารแถวหน้าของวงการไอทีไทย ที่ต่างพุ่งเป้าไปยังวัถตุประสงค์เดียวกันในการทำให้ผู้เข้าร่วมสัมมนาทุกท่านสามารถ “มองได้ไกลและวิ่งได้เร็วกว่าเทคโนโลยี”

โดยเริ่มพาร์ทแรกด้วยแนวทางในการทำ Transform ธุรกิจ ให้เกิดบริการและกระบวนการทำงานที่มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น จากคุณอภิชัย เรืองศิริปิยะกุล และรูปแบบการเขียนโปรแกรมแบบใหม่ หรือที่เรียกว่า Creative Coding จากนายแพทย์ภาณุทัต เตชะเสน

 

“7 Ways Immersive Technology Can Transform Business” โดย คุณอภิชัย เรืองศิริปิยะกุล

“ไม่ว่าจะเป็นฝุ่น PM.2.5 หรือโรคระบาดโควิด– 19 ต่างล้วนเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ผู้คนอยู่แต่ในพื้นที่ส่วนตัวและปฏิสัมพันธ์ในโลกความจริง (physical world) น้อยลง แต่ด้วยศักยภาพของ Immersive Technology บวกกับความสมบูรณ์แบบของเทคโนโลยี 5G จะทำให้ในอนาคตผู้คนปฏิสัมพันธ์กันมากขึ้นบนโลกเสมือน (Virtual World)” 

อย่างที่ทราบกันดีว่า Immersive Technology ได้ถูกนำมาใช้ประโยชน์ในมุมของฮาร์ดแวร์เรียบร้อยแล้ว ในมุมของซอฟต์แวร์รอเพียงการปรากฏตัวของ 5G เท่านั้น โดยในงาน Dev Talk คุณอภิชัย เรืองศิริปิยะกุล ได้แชร์ 7 แนวทางที่ Immersive Technology จะเข้ามาช่วยภาคธุรกิจในการทำ Digital Transformation เพื่อให้เกิดบริการและกระบวนการทำงานที่มีประสิทธิภาพและตอบโจทย์โลกดิจิทัลมากยิ่งขึ้น

  1. Training: นำเทคโนโลยี Immersive เข้ามาช่วยด้านการฝึกอบรมโดยผู้ร่วมอบรมจะได้รับชมภาพโฮโลแกรม 3 มิติ จำลองการฝึกปฎิบัติในพื้นที่จริงซึ่งอาศัยการสร้างภาพเคลื่อนไหว (Animation) ของอุปกรณ์ต่างๆ ทำให้เกิดความรู้สึกร่วม และเข้าถึงแนวทางการปฎิบัติต่างๆ ได้อย่างสมจริง
  2. Brand: ประยุกต์ใช้ในทางธุรกิจ โดยแบรนด์ต่าง ๆ สามารถนำเอาเทคโนโลยี Immersive มาสร้างประสบการณ์ใหม่ๆ ให้กับลูกค้าผ่านการทดลองใช้ก่อนที่จะตัดสินใจซื้อ อาทิ สินค้าที่ประเภทเฟอร์นิเจอร์ หรือสินค้าแฟชั่น
  3. Prototyping: ประยุกต์ใช้กับการทำ virtual prototype หรือแบบจำลองเสมือนจริงเพื่อเก็บ Feedback จาก User ก่อนการสร้าง Product จริง
  4. Virtual visits: เทคโนโลยี Immersive ช่วยให้การสำรวจสภาพแวดล้อมที่ไม่สามารถเข้าถึงได้ หรือพาชมโปรเจคในอนาคตที่ยังไม่มีการสร้างจริง เพื่อเพิ่มโอกาสในการดึงดูดให้ผู้อื่นเข้าถึงวิสัยทัศน์ของแบรนด์
  5. Data visualization: ในปัจจุบันบางองค์กรเริ่มมีการใช้ประโยชน์จาก AR เพื่อให้เห็นภาพเสมือนจริง จากการวิเคราะห์และจัดการกับข้อมูลขนาดใหญ่ในองค์กร อาทิ การสร้างโลกเสมือนในวงการตลาดหุ้น
  6. Gamification: หลายองค์กรนำเทคโนโลยี Immersive เข้ามาประยุกต์ใช้ในการสร้างเกมมิฟิเคชั่น เพื่อกระตุ้นการทำ transform mindset และพฤติกรรมของบุคลากรภายในองค์กร หรือลูกค้า
  7. Collaboration: ถือเป็นโอกาสสำคัญที่ผู้คนในวงการไอทีจะได้ทำงานร่วมกัน เพื่อช่วยกันพัฒนาและยกระดับผลกระทบของ VR, AR และ MR อย่างรวดเร็ว

 

“Creative Coding” โดย นายแพทย์ภาณุทัต เตชะเสน

เรากำลังเข้าสู่ยุคที่ถูกยัดเยียดด้วย data ที่เราไม่อยากได้แต่จำเป็นต้องมี คอมพิวเตอร์จะเริ่มรู้ว่าเราต้องการอะไรโดยที่เราไม่รู้ว่าต้องการสิ่งนั้น และมันจะยัดเยียด data ที่ย่อยสลายแล้วในรูปแบบที่เข้าใจง่าย เพื่อทำให้เราสามารถใช้โปรแกรมที่เราไม่เคยใช้ หรือใช้ data ที่เราไม่เคยคิดว่าอยากได้มาก่อน

เชื่อว่าหลายท่านคงคุ้นชินกับคำว่า “Digital Disruption” ดีอยู่แล้ว โดยเฉพาะผู้ประกอบการที่กำลังมองหาแนวทางการทำ Transform ธุรกิจ หรือแม้กระทั้งผู้ที่คลุกคลีกับเทคโนโลยีอยู่เป็นปกติอย่าง “Developer” ซึ่งในงาน Dev Talk นายแพทย์ภาณุทัต เตชะเสน ผู้ก่อตั้ง Chiang Mai Maker Club และ CEO บริษัท Maker Asia จำกัด ได้ร่วมแชร์มุมมองถึงความสำคัญของคำว่า Creative ที่ส่งผลต่อความสำเร็จของ Innovation หรือ Product โดยในอนาคต “คนธรรมดาก็สามารถ Coding ได้” และโปรแกรมเมอร์ไม่จำเป็นต้องเขียนโปรแกรม รวมถึงลูกค้าไม่จำเป็นต้องใช้โปรแกรมอีกต่อไป แต่เป็นการ Incorporating Data และ Incorporating APIs

นอกจากนี้ศักยภาพของ AI จะทำให้เราเข้าถึงความฉลาดของคนอื่นได้ง่ายขึ้น เกิดอุตสาหกรรมใหม่ขึ้นนั้นคือ อุตสาหกรรมการสร้างโปรแกรมโดยศิลปิน รูปแบบการเขียนโปรแกรมจะเปลี่ยนไปในลักษณะที่เป็น Creativity ไม่ใช่ Functionalityดังนั้นจากการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นนี้ จึงสะท้อนให้เห็นชัดเจนว่า หากเราหลีกเลี่ยง Digital Disruption ไม่ได้ ก็ต้องคิดหาวิธีอยู่ร่วมกันและนำเทคโนโลยีเหล่านั้่นมาเพิ่มมูลค่าให้กับธุรกิจ เพื่อสร้างให้เกิดการเติบโตอย่างยั่งยืนต่อไปในอนาคต สามารถติดตามไฮไลท์ Dev Talk 2020 Part ที่ 2 ได้ที่นี่เร็วๆ นี้

 

รับชมภาพบรรยากาศงานเพิ่มเติมที่

About the Author:

Corporate Communications
โปรดเปิดใช้งานคุกกี้เพื่อให้เว็บไซต์ของเราเป็นประโยชน์สำหรับคุณมากขึ้นในแต่ละครั้งที่คุณเข้าชม โดยเราจะสามารถจดจำรายละเอียด เช่น ภาษาที่คุณเลือกใช้และอื่น ๆ เพื่อให้ประสบการณ์การเรียกดูของคุณราบรื่นและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น   อ่านข้อกำหนดและเงื่อนไข คลิกที่นี่