ศาสตร์แห่ง Emoji ภาษากลางในยุคอนาคต

//ศาสตร์แห่ง Emoji ภาษากลางในยุคอนาคต

ศาสตร์แห่ง Emoji ภาษากลางในยุคอนาคต

By | 2019-02-12T19:03:40+00:00 February 25th, 2019|

รู้หรือไม่ ภาษาทั่วโลกมีมากกว่า 7,000 ภาษา ทั้งภาษาประจำชาติ และภาษาท้องถิ่น แน่นอนว่าไม่มีใครสามารถจดจำภาษาได้หมด ทำให้เรื่องภาษาเป็นอุปสรรคในการสื่อสารเสมอ

แต่ในปี 1999 ชายชาวอาทิตย์อุทัย ชิเกตากะ คูริตะ ได้ใช้ความคิดสร้างสรรค์ของพนักงานบริษัทเครือข่ายโทรศัพท์ NTT DoCoMo ผู้อยู่ในทีมพัฒนาแพลตฟอร์มอินเทอร์เน็ตบนมือถือ คิดค้นอักษรภาพ เรียกว่า Emoji (อีโมจิ) ซึ่งเป็นคำแปลตรงตัวมาจากภาษาญี่ปุ่นเริ่มใช้ในปี 1999   โดย Emoji เวอร์ชั่นแรก ถูกพัฒนามาในรูปแบบภาพ Pixel ขนาดเพียง 12×12 Pixel จำนวน176 คาแรกเตอร์เพื่อที่จะทำให้เหมาะกับการใช้งานบนโทรศัพท์มือถือ ขณะที่วัน Emoji โลกถูกยกให้เป็นวันที่ 17 กรกฎาคมของทุกๆ ปี

บริษัทผู้พัฒนาแพลตฟอร์ม และการตลาดบนอุปกรณ์พกพา Leanplum ในเมืองซานฟรานซิสโก เปิดเผยผลวิจัยว่า การแจ้งเตือนแบบ push notification ที่มีภาพ emoji จะมีอัตราเปิดอ่านมากกว่าเดิม 254% ซึ่งถือว่าเป็นระดับสูงกว่า 2 เท่าตัวเมื่อเทียบกับ อัตราการเปิดอ่านข้อความปกติในระบบ SMS หรือระบบแชท

องค์ประกอบศาสตร์การผลิตคิดค้น Emoji อย่างแรกคือ Analytic การวิเคราะห์สิ่งที่ต้องการสื่อสารเป็นรูปภาพ ว่าควรสื่อในลักษณะใด มี emoji ประเภทใดที่มีความสำคัญต่อการสื่อสารในชีวิตประจำวัน ซึ่งส่วนใหญ่ เป็นรูปใบหน้า ท่าทาง สถานที่ และอาหาร ซึ่งในระยะหลังเริ่มมีการวิเคราะห์และพัฒนา emoji ที่มีสีผิวหลากหลายให้ตอบรับกับคนทั่วโลก และต้องแสดงถึงความเสมอภาคทางเพศด้วย

ปัจจุบันอาชีพนักแปล emoji กำลังเป็นที่ต้องการของตลาด โดยต้องการผู้เชี่ยวชาญชำนาญภาษา ทั้งภาษาสากลและภาษาท้องถิ่น มีความรู้รอบตัวด้านสังคม ประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมของประเทศที่แตกต่างกัน เพราะต้องยอมรับว่าเป็นเรื่องละเอียดอ่อนหากเกิดการสื่อสารที่ผิดพลาดจะถือเป็นเรื่องใหญ่

ปัจจัยประกอบถัดมา คือรูปลักษณ์ของ emoji ที่ต้องมีความสวยงาม หรือมีสไตล์เป็นของตนเองเพื่อตอบโจทย์ผู้ใช้กลุ่มเป้าหมาย ซึ่งไม่จำเป็นต้องมีกรอบการออกแบบที่ตายตัว แต่การออกแบบรูปลักษณ์ให้ตรงใจผู้ใช้ถือเป็นความท้าทายอย่างหนึ่ง

และสุดท้าย Coding  คือการเขียนชุดคำสั่งของโปรแกรมคอมพิวเตอร์ด้วย Code ซึ่งเป็นภาษาของคอมพิวเตอร์ ซึ่งจะใช้โปรแกรมที่ส่วนใหญ่แปลงรหัสเป็นสัญลักษณ์ ตัวเลข และตัวอักษร เพื่อแปลงสิ่งที่ต้องการสื่อสารจากรูปภาพหรือตัวอักษรลงไปบนแพลตฟอร์ม เช่น หน้าเว็บไซต์ แอพลิเคชั่น ให้เกิดการแสดงผลและตอบโต้กับระบบสั่งการ

ขอบคุณภาพจาก : ศ.ดร.ธนารักษ์ ธีระมั่นคง

ศ.ดร.ธนารักษ์ ธีระมั่นคง นายกสมาคมปัญญาประดิษฐ์ประเทศไทย และอาจารย์ประจำภาควิชาเทคโนโลยีสารสนเทศ คอมพิวเตอร์และการสื่อสาร สถาบันเทคโนโลยีนานาชาติสิรินธร มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ให้ความรู้ว่า ปัจจุบันรูปแบบการแสดงความรู้สึกมีความหลากหลายมากขึ้น Emoji ถูกนำมาประยุกต์ใช้ในการสื่อสารมากขึ้น เพราะมีรูปลักษณ์ที่เข้าถึงได้ง่าย แม้ในต่างประเทศจะเริ่มใช้ emoji มาก่อน แต่งานวิจัยปัจจุบันยังถือว่ามีจำนวนไม่มากนัก แต่คาดว่าจะเริ่มมีมากขึ้นในอนาคต

สำหรับอาชีพนักแปล emoji ถือเป็นอาชีพใหม่ ที่มีความสำคัญในการแปลงความหมายจากตัวอักษรไปสู่รูปภาพ ซึ่งใครก็สามารถทำได้ ถ้ามีความรู้ความเข้าใจในการสื่อสาร โดยศาสตร์ที่จะนำมาใช้ประกอบการผลิต emoji ส่วนตัวเชื่อว่าผู้ผลิตต้องมีการศึกษาด้านจิตวิทยาค่อนข้างสูง ในการคาดการณ์ การสำรวจพฤติกรรม ซึ่งจะผนวกควบคู่กับศิลปศาสตร์และภาษาศาสตร์ ซึ่งจะทำให้ emoji สามารถตอบโจทย์ผู้ใช้ได้มากที่สุด

นอกจากนี้นักแปล emoji จะมีความสำคัญกับภาคธุรกิจ ในเรื่องการโต้ตอบกับผู้บริโภค อาจมีการแปลงความรู้สึกของลูกค้า ผ่าน emoji ที่เขาเลือกใช้ ซึ่งเป็นการสำรวจพฤติกรรม เพ่อนำมาพัฒนาธุรกิจในระยะต่อไปได้เช่นกัน

ขอบคุณภาพจาก : rawpixel.com 

ในปัจจุบันมีแอพลิชั่น emoji ทั้งแบบสำเร็จ และการสร้างโค้ด เบื้องต้น หรือล้ำขึ้นไปอย่าง AR emoji หรือ Animoji ให้ผู้ใช้ได้ทดลองสร้าง emoji ด้วยตนเอง รวมไปถึงมีการนำ emoji ไปพัฒนาเป็นเกมส์ด้วย ซึ่งได้รับความตอบรับเป็นอย่างดี สะท้อนว่า emoji ได้กลายเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันของผู้คนอย่างมาก

ขอขอบคุณแหล่งที่มา : www.agilitypr.com / mindacademythai.com/

https://money.cnn.com https://education.kapook.com

About the Author:

Corporate Communications
OPEN-TEC website uses cookies to give you the very best experience. Cookies also help us understand how our website is being used. If you continue without changing these settings on your browser, you consent to our Cookie Privacy Policy.